วิถีว่าที่แชมป์ ลิเวอร์พูล พลิกเกมเอาคืน พาเลซ แบบลุ้นมันส์ 4-3 จ่าฝูงยาวไป

วิถีว่าที่แชมป์ ลิเวอร์พูล พลิกเกมเอาคืน พาเลซ แบบลุ้นมันส์ 4-3 จ่าฝูงยาวไป

   วิถีว่าที่แชมป์ หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดน คริสตัล พาเลซ ชวนทะเลาะไม่เลิกจนเกือบจะเอาตัวไม่รอด ยังดีที่สุดท้ายยังสามารถเอาชนะไปได้แบบสู้กันสนุก 4-3 เก็บเพิ่ม 3 แต้มหนีห่าง แมนฯซิตี้ ไปเป็น 7 แต้ม แต่ข่าวร้ายคือต้องเสีย เจมส์ มิลเนอร์ ที่โดนเหลืองแดงไล่ออกจากสนามในช่วงท้ายเกมพลาดลงสนามในนัดหน้า

วิถีว่าที่แชมป์ ลิเวอร์พูล พลิกเกมเอาคืน พาเลซ แบบลุ้นมันส์ 4-3 จ่าฝูงยาวไป

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลซ ที่สนาม แอนฟิลด์ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2562

   เริ่มเกมเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้ลุ้นประตูก่อนในนาทีที่ 8 จากจังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุมแล้วเป็นมิลเนอร์ที่ได้บอลก่อนจะลากจี้ไปหน้าเขตโทษแล้วไหลให้มาติปซัดไปติดเซฟสเปโรนี่

   ลิเวอร์พูล ยังคงบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนักหน่วงแต่ก็ยังไม่สามารถยิงประตูแรกได้ จนกระทั่งนาทีที่ 34 กลับเป็น หงส์แดง ที่งานเข้าเมื่อต้องมาเสียประตูแรกให้กับ พาเลซ จากบอลโต้กลับขึ้นมาทางซ้าย ฟาน อานโฮลท์ ให้ ซาฮา กระชากเข้าเขตโทษแล้วส่งให้ ทาวน์เซนด์ ยิงเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด พาเลซ นำก่อน 1-0

   ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งแรก ลิเวอร์พูล พยายามเดินหน้าเพื่อจะเอาประตูตีเสมอ แต่จนกระทั่งจบครึ่งแรกก็ยังไม่สามารถตีเสมอได้ ทำให้สกอร์ก่อนพัก ลิเวอร์พูล ตามหลัง คริสตัล พาเลซ อยู่ 0-1

   แต่พอกลับมาครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ก็เอาคืนเร็วทันทีในนาทีที่ 46 จากจังหวะแรก ฟาน ไดจ์ค ยิงไกลแล้วไปแฉลบ บอลลอยมาหน้าปากประตูเข้าทาง ซาล่าห์ ดีดบอลผ่านเส้นประตูพา ลิเวอร์พูล ไล่เจ๊า 1-1

   และในนาทีที่ 53 หงส์แดง ก็มาได้ประตูแซงนำ 2-1 เมื่อ เกอิต้า เก็บบอลได้ทางฝั่งซ้ายแล้วจ่ายเข้าเขตโทษไปให้ ฟีร์เมียโน่ ซัดด้วยขวา บอลแฉลบเข้าเสาไกลเป็นประตู

   แต่ พาเลซ ก็ไม่ยอมง่ายๆเหมือนกัน นาทีที่ 65 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย มิลิโวเยวิช เปิดไปเสาไกลให้ ทอมกินส์ โขกย้อนเข้าเสาแรกตุงตาข่าย พาเลซตามเจ๊าได้เหมือนกัน 2-2

   เกมเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆเมื่อ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งในนาทีที่ 75 เมื่อ ฟาบินโญ่ เปิดบอลเข้าเขตโทษทางฝั่งขวาแล้ว มิลเนอร์ ตบต่อเข้ากลาง สเปโรนี่ พยายามปัดแต่บอลไม่พ้นหน้าประตู ซาล่าห์ เลยจัดการเข้าประตูไปไม่เหลือ ลิเวอร์พูลนำอีกครั้ง 3-2

   ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บนาทีที่ 89 ลิเวอร์พูล ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนในสนามเมื่อ มิลเนอร์ โดนใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

   ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+3 ลิเวอร์พูล นำห่าง 4-2 จากบอลทางซ้าย โรเบิร์ตสัน ให้ มาเน่ หลุดเข้าเขตโทษแล้วซัดเรียดเข้าประตูไป

   เกมทำท่าว่าจะจบแต่ถัดมาอีก 2 นาที ทีมเยือนมาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ ทาวน์เซนด์ เปิดจากขวาเข้ากลางให้ วิคแฮม ส่งต่อเข้าเขตโทษให้ เมเยอร์ ยิงเข้าไปตุงตาข่าย พาเลซ ตามมาติดๆ 4-3 แต่ก็ไล่ตามไม่ทัน สุดท้าย ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไป 4-3

 

 


ใจหายวาป ลิเวอร์พูล เกือบแย่บุกเฉือนจิ้งจอก 2-1 ชนะ 4 นัดรวด นำฝูงต่อ

หงส์พาเสียว

    หงส์พาเสียว ชนะหวุดหวิด! ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน จิ้งจกสีน้ำเงิน เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก หงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งเกมนี้เป็นทางฝั่งของทีมเยือนที่เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะไปได้แบบลิ้นห้อย 1-2 ซึ่ง อลิสซอน ผู้รักษาประตูที่เหล่าเดอะคอปป์ภาคภูมิใจนักหนาก็เกือบจะสร้างงานให้ตัวเองเป็นที่กล่าวขวัญถึงซะแล้วหลังโชว์ล็อกบอลแต่ดันพลาดเป็นเหตุทำเสียคลีนชีตไปแบบไม่น่าเล่น

ลิเวอร์พูลนำก่อน 2 ลูก ตั้งแต่ครึ่งแรก หงส์พาเสียว เลสเตอร์ ตีไข่แตกได้ 1 ประตู

   เริ่มเกมได้ไม่นานในนาทีที่ 6 ลิเวอร์พูลพลาดได้ประตูขึ้นนำไปอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อ ซาลาห์ จ่ายบอลมาให้ฟิร์เมียโน่เตะบอลเข้าเขตโทษแล้วได้จังหวะยิงไปติดมือของชไมเคิ่ลบอลหลุดออกมาเข้าทางซาลาห์ได้ซ้ำโล่งๆแต่ไม่เป็นประตูเพราะบอลหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

   แต่ในนาทีที่ 10  สุดท้ายหงส์ก็ได้ประตูขึ้นนำจนได้หลังจากที่พลาดไปในจังหวะก่อนหน้า เป็นโรเบิร์ตสันที่พาบอลลุยขึ้นมาทางซ้ายแล้วไหลต่อให้มาเน่เกี่ยวบอลหนีแม็คไกวร์ไปได้ ก่อนจะจัดการซัดด้วยซ้ายสวนตัวชไมเคิ่ลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม นับเป็นลูกที่ 4 ของเจ้าตัวในฤดูการนี้นำเป็นดาวซัลโวเดี่ยว ลิเวอร์พูลขึ้นนำไปก่อน 1-0

   จากนั้นเลสเตอร์ก็พยายามตั้งเกมเพื่อหวังจะเอาประตูคืนและก็มีลุ้น ในนาทีที่ 23 เกรย์ สปีดไปเอาบอลตรงที่ว่างไม่ล้ำหน้าก่อนจะตั้งป้อมซัดด้วยขวา แต่อลิสซอนล้มตัวปัดทิ้งไปได้ จิ้งจอกพยายามทำเกมอีกครั้งและทำได้ค่อนข้างดีมีโอกาสได้จบ แต่ก็ยังไม่สามารถรวมประตูตีเสมอได้

   นาทีที่ 45 หลังจากที่ลิเวอร์พูลค่อนข้างจะตกเป็นรองอยู่พักใหญ่ ก็กลับมาเป็นสายได้ประตูทิ้งห่างเจ้าถิ่น 2-0 จากจังหวะเตะมุม มิลเนอร์โยนบอลเข้ามาแถวๆจุดโทษ ฟาน ไดจ์ค พยามยามจะเทคตัวโหม่งแต่ไม่ถึง บอลมาเข้าหัวฟิร์เมียโน่โขกบอลลงพื้น แคสเปอร์ พยายามจะปัดแต่ไม่ทันบอลพุ่งเข้าประตูไปก่อน จบครึ่งแรกลิเวอร์พูลนำ 2-0

   ครึ่งหลังเจ้าถิ่นพยายามบุกแหลก นาทีที่ 50 จิ้งจอกเกือบได้ประตูตีไข่แตกเมื่อจิ้งจอกฉกบอลได้จากความผิดพลาดของฟาน ไดจ์ค ก่อนจะเป็นแมดดิสันที่ลากบอลตัดจากซ้ายเข้ากลางแล้วตัดสินใจปั่นนอกกรอบทันทีแต่อลิสซอนอ่านเกมขาดดักรับบอลอยู่มือ

   นาทีที่ 53 เจ้าถิ่นลุยขึ้นมาอีกครั้ง จังหวะนี้เป็นแมดดิสันที่พาบอลลุยหนีฟาน ไดจ์คแล้วหลบโรเบิร์ตสันอีกคน แล้วง้างยิงแต่โกเมซมาขวางทิ้งตัวบล็อคไว้ได้แบบไม่น่าเชื่อ

   แต่สุดท้ายความพยายามของเลสเตอร์ก็มาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 63 จากความผิดพลาดของอลิสซอนที่เล่นยากไปใช้ตัวบังบอลอิเฮียนาโช่แต่ดันโดนฉกไปได้ก่อนไหลมาให้เกซซาลยิงโล่งๆไม่เหลือ เลสเตอร์กลับเข้าสู่เกมได้อีกครั้ง โดยตามมาติดๆ 2-1

   เกมหลังจากนั้นดูเหมือนว่าทีมเยือนจะเป็นรองอยู่เล็กน้อยแต่จนแล้วจนรอด หงส์แดง ก็ประคองเกมไว้ได้จนกระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน จบเกมหงส์แดงคว้าเพิ่มอีก 3 แต้ม ชนะ 4 นัดรวดติดต่อกันยึดจ่าฝูงต่อ