เอเด็น อาซาร์ โนสนโนแคร์แข้งท็อปโลก ขอคว้าแชมป์กับ เชลซี ก็พอ!!

เอเด็น อาซาร์ โนสนโนแคร์แข้งท็อปโลก ขอคว้าแชมป์กับ เชลซี ก็พอ!!

   เอเด็น อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ของ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี รู้สึกเป็นเกียรติที่นำตนไปเปรียบกับแข้งระดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ แต่เจ้าตัวยืนกรานว่า ตนสนใจเพียงการคว้าแชมป์ร่วมกับเชลซีมากกว่าความสำเร็จของตัวเอง

   เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่ อาซาร์ ระเบิดฟอร์มอันยอดเยี่ยมในเกมที่ เชลซี บุกไปชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 3 ดูบอลออนไลน์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นประตูที่ 7 ของเจ้าตัวในซีซั่นนี้กับเชลซี ทำให้ความร้อนแรงของดาวเตะทีมชาติเบลเยียมถูกยกขึ้นไปติดเป็นท็อป 3 ของนักเตะที่ดีที่สุดในโลก

เอเด็น อาซาร์ ลั่น!! สนแค่คว้าแชมป์กับ เชลซี เท่านั้น

   อาซาร์ เผยถึงเรื่องนี้ว่า “ถือเป็นเรื่องดีที่ได้รับการยกย่องแบบนั้นนะ ผมพยายามจะทำให้ดีที่สุดเมื่อได้รับโอกาสในการลงสนาม”

   “ผมก็ยังคงเป็นผมคนเดิมจากเมื่อไม่กี่ปีก่อน ต่างกันก็แค่ตอนนี้ผมสามารถทำประตูได้ และนั่นทำให้ผมถูกหลายคนยกย่องให้ผมติดท็อป 3 นักเตะที่เก่งที่สุดในโลก มันเป็นความสุขที่ผมอยากจะเก็บไว้ให้นานที่สุด”

   ในตอนต้นฤดูกาล เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือคนเก่งของ เชลซี ได้ยกย่อง อาซาร์ ปีนี้จะยิงประตูกระจายแน่นอน แต่ดาวเตะชาวเบลเยียมยืนกรานว่าตัวเขาเองไม่สนเรื่องสถิติ เขาสนเพียงแต่การคว้าแชมป์กับ เชลซี เพียงเท่านั้น

   “เป้าหมายของผมคือการคว้าแชมป์ในปีนี้ เมื่อฤดูกาลที่แล้วเราได้แชมป์เอฟเอ คัพ และเรารู้ว่าพรีเมียร์ลีกในปีนี้จะเป็นงานที่ยากสำหรับเรา” อาซาร์ กล่าว

   “ทั้ง แมนฯซิตี้, ลิเวอร์พูล ล้วนแล้วแต่เป็นทีมที่ดี และยังมีนักเตะเก่งๆมากมาย ดังนั้นหากเราอยากจะชนะพวกเขาเราจะต้องทุ่มเททุกอย่าง”

   “มันไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยว่าผมจะยิงได้กี่ประตู คนที่รู้จักจะรู้ดีว่าผมไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ผมสนแค่การเล่นฟุตบอลและชัยชนะเพียงเท่านั้น”

   “ตอนนี้มันเป็นแค่ช่วงต้นฤดูกาลเท่านั้น แต่ในตอนจบฤดูกาลไม่ว่าจะเป็นทั้ง แมนฯซิตี้, ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส หรืออาจจะเป็นเชลซี ล้วนแล้วแต่มีโอกาสเป็นด้วยกันทั้งหนั้น”

   “ตอนนี้มันยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่าใครจะเป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ เราต้องการที่จะเป็นผู้ชนะและนั่นเป็นสิงที่เราจะต้องพยายามทำในวันเสาร์นี้”

   อาซาร์ ย้ายมาร่วมทีม สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ในปี 2012 และเป็นส่วนสำคัญในการพา เชลซี คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทั้ง ในฤดูกาล 2014–15 และ 2016-17