ทุกแต้มล้วนสำคัญ ไบรท์ตัน ไล่เจ๊า นิวคาสเซิล 1-1 รอด?ไม่รอด?

ทุกแต้มล้วนสำคัญ ไบรท์ตัน ไล่เจ๊า นิวคาสเซิล 1-1 รอด?ไม่รอด?

   ทุกแต้มล้วนสำคัญ ไบรท์ตัน เก็บเพิ่ม 1 แต้มสำคัญจากการไล่เจ๊า นิวคาสเซิล 1-1 ทำให้ สาลิกา ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 13 ด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่า บอร์นมัธ ส่วน ไบรท์ตัน ทำคะแนนขึ้นมาอยู่เหนือโซนตกชั้น 4 คะแนนในขณะที่เหลือเกมลงสนามอีกเพียง 2 นัดเท่านั้น

ทุกแต้มล้วนสำคัญ ไบรจ์ตัน ไล่เจ๊า นิวคาสเซิล 1-1

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่สนาม เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม ในวันที่ 27 เมษายน 2562

   เกมช่วงแรกยังไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้นมาก นิวคาสเซิล เป็นฝ่ายที่ครองเกมเอาไว้ได้มากกว่า พยายามเคาะหาช่องเข้าทำเรื่อยๆ และมีจังหวะให้ได้ลุ้นบ้างแต่ก็ไม่ได้ดีพอที่จะเปลี่ยนเป็นประตูได้

   จนกระทั่งนาทีที่ 18 หลังจากที่พยายามกันอยู่ซักพัก ในที่สุด สาลิกาดง ก็มาได้ประตูขึ้นนำก่อนจนได้จากการขึ้นเกมมาทางฝั่งซ้าย ดัมเมตต์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ รอนดอน พักอกให้ อโยเซ่ วิ่งมายิงเข้าประตูไป นิวคาสเซิล นำก่อน 1-0

   หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำ นิวคาสเซิล ยังคงเป็นฝ่ายที่ครองเกมเอาไว้ได้เหมือนช่วงต้นเกมและเกือบจะได้ประตูที่สองในนาทีที่ 36 จากจังหวะที่ ชาร์ เล่นชิ่งกับ เฮย์เด้น เข้าเขตโทษแล้วไปเสียหลักก่อนจะดีดไปติด ไรอัน ที่ออกมารวบบอลไว้ได้

   ถั ด ม า น า ที ที่ 3 9 ยั ง ค ง เ ป็ น โ อ ก า ส ข อ ง ส า ลิ ก า ค ร า ว นี้ เ ป็ น เ ค เ น ดี้ ใ ห้ บ อ ล ไ ป ที่ เ ช ล วี่ ย์ ตั ด สิ น ใ จ ซั ด ไ ก ล ที่ ร ะ ย ะ ก ว่ า 3 0 ห ล า บ อ ล โ ด่ ง ห ลุ ด อ อ ก ห ลั ง ไ ป

   จบครึ่งแรก นิวคาสเซิล นำ ไบรท์ตัน อยู่ 1-0

   ครึ่งหลังนิวคาสเซิลยังพยายามบุกต่อเพื่อที่จะเอาประตูที่สองให้ได้ นาทีที่ 51 ได้ลุ้นจากเตะมุม ริทชี่เปิดไปเสาแรกให้เฮย์เด้นยิงไปติดแขนตัวประกบ แล้วพยายามจะฟ้องเอาจุดโทษแต่ไม่เป็นผล

   หลังจากนั้น ไบรท์ตัน เริ่มตั้งเกมได้ เกือบจะได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 61 จากเตะมุมทางฝั่งขวา โกรสเปิดไปเสาไกลให้ดัฟฟี่โหม่งได้เฉี่ยวเสาออกหลังไป

   และความพยายามของ ไบรท์ตัน ก็มาสำเร็จจนได้ในนาทีที่ 75 จากบรูโน่โยนบอลจากทางฝั่งขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษให้เมอร์เรย์โหม่งตั้งให้โกรสสอดมาโหม่งส่งบอลเข้าประตูไป ไบรท์ตัน ตามตีเสมอ 1-1

   ข่วงท้ายเกมนาทีที่ 90 ไบรท์ตัน เกือบจะได้ประตูพลิกขึ้นนำเริ่มจากเตะมุมที่โยนเข้าไปแล้วโดนชกออกมา น็อคการ์ทเก็บได้เลยโยนไปหน้าประตูอีกครั้ง แล้วเป็นเมอร์เรย์โหม่งจ่อๆ น่าเสียดายที่บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

   จบเกม นิวคาสเซิล เสมอกับ ไบรท์ตัน 1-1

 


แช่งไม่ขึ้น ลิเวอร์พูล เปิดรังอัด เชลซี 2-0 กลับคืนฝูง

แช่งไม่ขึ้น ลิเวอร์พูล เปิดรังอัด เชลซี 2-0 กลับคืนฝูง

   แช่งไม่ขึ้น สำหรับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ทำเอาขาแช่งเก็บเสื่อกลับบ้านแทบไม่ทันเมือเป็นฝ่ายเปิดรังเอาชนะ สิงห์บลู เชลซี ไป 2-0 จากลูยิงของ ซาดิโอ มาเน่ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ซัดกันคนละประตูช่วยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ไป 2-0 เก็บเพิ่ม 3 แต้มกลับขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

แช่งไม่ขึ้น ลิเวอร์พูล เปิดรังอัด เชลซี 2-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก สิงห์บลู อเชลซี ที่สนาม แอนฟิลด์ ในวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562

   4 เกมหลังสุดที่ลิเวอร์พูลเจอกับเชลซีในพรีเมียร์ลีก หงส์แดงยังไม่เคยเอาชนะสิงห์บลูได้เลย อีกทั้งเมื่อ 5 ปีก่อนเชลซียังทำแสบโดยดารบุกมาดับความหวังในการลุ้นแชมป์ขของ ลิเวอร์พูล อีกด้วย

   เริ่มเกมโอกาสจบครั้งแรกเป็นของ ลิเวอร์พูล จากเกอิต้าไหลไปซ้ายให้มาเน่ โยนเข้ากลางให้เฮนเดอร์สันพยายามจะโหม่งแต่ไม่ถึง ทำให้บอลไปตกที่ซาลาห์ซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งไปตรงตัวเกปารับไว้ติดมือ

   นาทีที่ 20 เป็นจังหวะลุ้นของ เชลซี บ้างจากจังหวะที่ลอฟตัส-ชีคให้วิลเลี่ยนทางซ้าย แล้วแทงต่อมาที่อาซาร์พาบอลเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วหาจังหวะยิง แต่อลิสซอนดักเอาไว้ได้

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรก ทั้งคู่เล่นกันได้ค่อนข้างสูสี จนกระทั่งเข้าสู่นาทีที่ 38 หงส์แดง ได้ลุ้นอีกครั้งจากเกมสวนกลับ ซาลาห์ลากบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวา แล้วให้มาที่มาเน่ซัดด้วยขวาแถวจุดโทษแต่บอลหลุดออกหลังไป

   จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ยังเสมอกับ เชลซี อยู่ 0-0

   ครึ่งหลังลงสนามมาเป็น ลิเวอร์พูล ที่บุกเข้าใส่ เชลซี ทันทีและเป็นฝ่ายที่ครองเกมเอาไว้ได้เกือบทั้งหมด และจากความพยายามในที่สุด หงส์แดง ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้จากการขึ้นเกมทางฝั่งขวา ซาลาห์ ชิ่งหนึ่งสองกับ ฟิร์เมียโน่ แล้ว เฮนเดอร์สัน ตวัดไปทางเสาไกลให้ มาเน่ โขกจ่อๆเข้าประตูไป

   และหลังจากนั้นอีกเพียง 2 นาทีหงส์แดงก็มาได้ประตูที่สองอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ฟาน ไดจ์โยนบอลยาวไปให้ซาลาห์จัดการลากบอลเข้าในก่อนจะตัดสินใจซัดด้วยซ้าย

   เกปาพยายามจะพุ่งไปปัดแต่บอลพุ่งแรงเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูลนำห่าง 2-0

   หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง เชลซี พยายามจะตั้งเกมบุกเพื่อจะเอาประตูตีไข่แตกให้ได้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถพังประตูของ หงส์แดง ได้ สุดท้ายจบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ เชลซื ไป 2-0

 


แซงหงส์นำฝูง แมนฯซิตี้ บุกอัด ฟูแล่ม 2-0 ซิลวา, กุน บวกคนละประตู

แซงหงส์นำฝูง แมนฯซิตี้ บุกอัด ฟูแล่ม 2-0 ซิลวา, กุน บวกคนละประตู

   แซงหงส์นำฝูง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอรื ซิตี้ บุกไปเอาชนะทีมรองบ๊วยอย่าง ฟูแล่ม ไป 2-0 จาก แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ซัดกันไปคนละประตู พา แมนฯซิตี้ เก็บเพิ่มอีก 3 แต้ม แซงนำ ลิเวอร์พูล ขึ้นไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้งด้วยแต้มห่าง 1 แต้ม

แซงหงส์นำฝูง แมนฯซิตี้ บุกอัด ฟูแล่ม 2-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฟูแล่ม ทีมรองบ๊วย เปิดบ้านพบกับ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม คราเวน ค็อตเทจ ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562

   เริ่มเกมแมนฯซิตี้เป็นฝ่ายพับสนามบุกเข้าใส่ฟูแล่มทันทีและก็เกือบได้เรื่องเลยเมื่อในนาทีที่ 4 เมื่ออเกวโร่ได้บอล แล้วให้ไปที่แบร์นาร์โด้ ย้อนกลับมาให้อเกวโร่ ซัดจ่อๆแต่บอลไปตรงตัวริโก้บล็อคเอาไว้ได้

   แต่ถัดมาอีกเพียงแค่นาทีเดียว เรือใบสีฟ้า ก็มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจนได้จากความผิดพลาดของผู้เล่นฟูแล่ม โฟซู-เมนซาห์เปิดบอลเสีย แล้วอเกวโร่เก็บได้ก่อนจะให้ต่อไปที่แบร์นาร์โด้ ลากไปหน้าเขตโทษก่อนจะตัดสินใจยิงทันทีไม่พลาด แมนฯซิตี้ นำก่อน 1-0

   เกมผ่านมาเกทอบครึ่งชั่วโมง ทีมเยือนยังคงเป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน และก็เกือบจะได้ประตูที่สองอยู่หลายครั้ง แต่ก็ได้แตเฉียดไปเฉียดมา

   จนกระทั่งนาทีที่ 27 ในที่สุดเรือใบสีฟ้าก็มาได้ประตูขึ้นนำห่าง 2-0 สมใจ จากความผิดพลาดของฟูแล่มเองเช่นเคย ซึ่งคราวนี้เป็น ไบรอันจ่ายบอลคืนหลังพลาด เลยโดนแบร์นาร์โด้ฉกมาได้ก่อนจะไหลไปให้อเกวโร่กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วยิงทันที บอลพุ่งเข้าตาข่ายไปอย่างสวยงาม

   หลังจากที่ได้ประตูนำห่างถึง 2 ประตู ซิตี้ ก็เริ่มผ่อนเกมลงจนกระทั่งจบครึ่งแรก แมนฯซิตี้ นำอยู่ 2-0

   ครึ่งหลัง เรือใบสีฟ้า ยังคงเป็นฝ่ายเปิดเกมเข้าใส่ ฟูแล่ม ต่อ นาทีที่ 61 ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ ฟูแล่ม เปิดบอลพลาดแล้ว ราฮีม ได้บอลก่อนจะลากเข้าไปซัดด้วยขวาแถวนอกกรอบเขตโทษ ยังดีที่ ริโก้ ปัดออกไปได้และจังหวะที่ แบร์นาร์โด้ จะตามมาซ้ำก็ไม่ถึง

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 87 ฟูแล่ม เกือบจะได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้าย ชูรร์เล่ เปิดบลเข้าไปในกรอบเขตทาแต่สุดท้าย เอแดร์ซอน ยังรับเอาไว้ได้

   จบเกม เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปอัด ฟูแล่ม ถึงถิ่น 2-0 เก็บเพิ่ม 3 แต้มแซงนำ ลิเวอร์พูล ขึ้นไปเป็นจ่าฝูงด้วยแต้มห่าง 1 แต้ม

 


หงส์กลับมาแล้วจ้า ลิเวอร์พูล ยำใหญ่ใส่วัตฟอร์ด 5-0 มาเน่ควงฟาน ไดจ์ค เบิ้ล

หงส์กลับมาแล้วจ้า ลิเวอร์พูล ยำใหญ่ใส่วัตฟอร์ด 5-0 มาเน่ควงฟาน ไดจ์ค เบิ้ล

   หงส์กลับมาแล้วจ้า ลิเวอร์พูล เปิดบ้านยำใหญ่ใส่ วัตฟอร์ด 5-0 จากประตูของ ซาดิโอ มาเน่ ที่ควง เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ ซัดไปคนละ 2 ประตู และอีกหนึ่งจาก ดิว็อค โอริกี้ เก็บเพิ่ม 3 แต้ม หนีแมนฯซิตี้ 1 แต้มตามเดิม

หงส์กลับมาแล้วจ้า ลิเวอร์พูล ยำใหญ่ใส่ วัตฟอร์ด 5-0

   ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับ แตนอาละวาด วัตฟอร์ด ในวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ดูบอลออนไลน์

   เริ่มเกมยังไม่ถึง 10 นาที ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำเร็วทันทีในนาทีที่ 9 เมื่อ อาร์โนลด์ เปิดบอลจากทางริมเส้นฝั่งขวาไปให้ มาเน่ โหม่งบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

   ถัดมานาทีที่ 20 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ไวจ์นัลดุมไหลไปให้ อาร์โนลด์เปิดต่อไปที่ มาเน่จับบอลหนึ่งจังหวะแต่เจ้าตัวหันหลังให้ประตูเลยจัดการตอกส้นเข้าประตูไปซะงั้น

   ช่วงท้ายเกมครึ่งแรกนาทีที่ 42 เป็น วัตฟอร์ด ที่ได้ลุ้นบ้างและเกือบจะได้ประตูตีไข่แตกเมื่อเดวโลเฟวได้บอลในกรอบฝั่งขวาแล้วไหลไปเสาแรกให้ดีนี่ย์ ชาร์จบอลหลุดเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย

   จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายขึ้นนำ วัตฟอร์ด ไปก่อน 2-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 56 วัตฟอร์ดได้ลุ้นจากฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษที่เปิดเข้ามาหน้าปากประตู แล้วฟาน ไดจ์คเคลียร์บอลไปเข้าทางแคธคาร์ทยิงแบบไม่จับ บอลพุ่งไปโดนมาติปแล้วหลุดออกหลังไปได้เพียงเตะมุมเท่านั้น

   จากนั้นนาทีที่ 66 ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูที่ 3 จากจังหวะที่ โรเบิร์ตสัน จ่ายบอลไปให้ โอริกี้ สุดเส้นหลังก่อนจะลากกลับเข้ามาแล้วตัดสินใจยิงทันที บอลพุ่งเข้าเสาแรกไปอย่างสวยงาม หงส์แดง นำห่าง 3-0

   ถัดมานาทีที่ 73 เป็นโอกาสลุ้นประตูตีไข่แตกของ วัตฟอร์ด อีกครั้ง จากจังหวะที่ เกรย์ หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะซัดด้วยขวาแต่ อลิสซอน ยังพุ่งไปปัดเอาไว้ได้

   ลิเวอร์พูล มาได้ประตูที่ 4 ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลาการแข่งขันจากฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งขวา อาร์โนลด์ เปิดไปเสาไกลให้ ฟาน ไดจ์ค โหม่งบอลสวนตัว ฟอสเตอร์ เข้าไปเป็นประตู 4-0

   ต่อต้วยประตูที่ 5 ที่ตามมาติดๆในอีก 2 นาทีถัดมา จากจังหวะต่อเนื่องจากลูกฟรีคิกที่เปิดเข้าไปแล้วโดนเคลียร์ออกมา แต่เก็บบอลสองได้แล้วเป็น โรเบิร์ตสัน ที่วางไปให้ ฟาน ไดจ์ค กระโดดขึ้นโหม่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม พา หงส์แดง ขึ้นนำ 5-0

   จบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ วัตฟอร์ด ไป 5-0

 


หงส์สะดุด หงส์แดง ลิเวอร์พูล พลาดท่า เจ๊า จิ้งจอก 1-1

หงส์สะดุด หงส์แดง ลิเวอร์พูล พลาดท่า เจ๊า จิ้งจอก 1-1

   หงส์สะดุด หงส์แดง ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสเก็บ 3 แต้มเพื่อขยับเข้าไปใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ อย่างน่าเสียดาย หลังจากที่ได้ ซาดิโอ มานี่ ยิงให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำไปก่อน 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 2

   แต่กลับมาโดน เลสเตอร์ ซิตี้ ตามตีเสมอได้ในช่วงทดเจ็บครึ่งแรกจาก แฮรี่ แม็คไกวร์ ทำให้ตอนนี้มีคะแนนห่างจาก แมนฯซิตี้ เพียงแค่ 5 คะแนนเท่านั้น

หงส์สะดุด ลิเวอร์พูล พลาดท่า เจ๊า จิ้งจอก 1-1

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนจาก จิ้งจอกสีน้ำเงิน เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันพุธที่ 30 มกราคม 2562

   เริ่มเกมได้เพียงแค่ 2 นาที ลิเวอร์พูล ก็โชว์ฟอร์มทีมว่าที่แชมป์ทันทีเมื่อมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ มาเน่ ไหลบอลออกซ้ายให้ โรเบิร์ตสัน แปะต่อให้ ฟิร์เมียโน่ แล้วคืนกลับมาที่ มาเน่ อีกครั้ง ก่อนจะล็อคหนี แม็คไกวร์ เข้าไปซัดด้วยขวา บอลพุ่งผ่านมือ แคสเปอร์ เข้าเสาไกลไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

   นาทีที่ 25 เลสเตอร์เกือบจะได้ประตูตีเสมอเมื่ออลิสซอนนายทวารของเจ้าถิ่นออกบอลช้าเลยโดน วาร์ดี้ที่บีบขึ้นมาบล็อคบอลแฉลบไปเข้าทางอัลไบรท์ตัน จับบอลหนึ่งจังหวะก่อนจะเปิดไปเสาไกลให้แมดดิสัน ได้โขกโล่งๆ แต่น่าเสียดาย ที่บอลไม่ตรงกรอบ

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรก จิ้งจอก พยายามจะตั้งเกมบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นเพื่อจะเอาประตูตีเสมอให้ได้ จนกระทั่งช่วงทดเจ็บ ท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 45 + 2 ในที่สุดความพยายามของ เลสเตอร์ ก็เป็นผล เมื่อพวกเขามาได้ประตูตีเสมอสำเร็จจากจังหวะต่อเนื่องจากฟรีคิก บอลล้นมาถึง ชิลล์เวลล์  โขกไปให้ แม็คไกวร์ โฉบมาแปบอลผ่าน อลิสซอน เข้าประตูไป ทีมเยือนไล่เจ๊า 1-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลังเริ่มเกมมาเลสเตอร์ก็เป็นฝ่ายบุกตะลุยเข้าใส่เจ้าถิ่นทันที นาทีที่ 49 ได้ลุ้นจากจังหวะที่ชิลล์เวลล์ลากมันเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วให้ไปที่แมดดิสันตัดสินใจยิงมุมแคบ บอลไม่ผ่านไวจ์นาลดุมที่พุ่งมาบล็อกเอาไว้ได้ทัน

   ตามมาติดๆด้วยนาทีที่ 52 โอกาสอีกครั้งของทีมเยือนจากฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษทางฝั่งขวาที่เปิดไปเสาไกล แม็คไกวร์ มองย้อนกลับมาแถวหน้าปากประตูแล้ว ฟิร์เมียโน่ สกัดบอลพลาดเกือบเข้าประตูตัวเอง ยังดีที่ อลิสซอน ตามไปเซฟเอาไว้ได้แล้ว เอนดิดี้ พยายามจะตามมาซ้ำแต่ก็ไม่ได้ประตู

   นาทีที่ 75 เป็นโอกาสของเจ้าถิ่นบ้าง จังหวะนี้ ฟิร์เมียโน่ เอาบอลลงก่อนจะล็อคหนีตัวประกบแล้วตัดสินใจซัดด้วยขวา บอลยังไม่ผ่าน แคสเปอร์ จบเกม ลิเวอร์พูล สะดุดเปิดบ้านเสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

 


วิถีว่าที่แชมป์ ลิเวอร์พูล พลิกเกมเอาคืน พาเลซ แบบลุ้นมันส์ 4-3 จ่าฝูงยาวไป

วิถีว่าที่แชมป์ ลิเวอร์พูล พลิกเกมเอาคืน พาเลซ แบบลุ้นมันส์ 4-3 จ่าฝูงยาวไป

   วิถีว่าที่แชมป์ หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดน คริสตัล พาเลซ ชวนทะเลาะไม่เลิกจนเกือบจะเอาตัวไม่รอด ยังดีที่สุดท้ายยังสามารถเอาชนะไปได้แบบสู้กันสนุก 4-3 เก็บเพิ่ม 3 แต้มหนีห่าง แมนฯซิตี้ ไปเป็น 7 แต้ม แต่ข่าวร้ายคือต้องเสีย เจมส์ มิลเนอร์ ที่โดนเหลืองแดงไล่ออกจากสนามในช่วงท้ายเกมพลาดลงสนามในนัดหน้า

วิถีว่าที่แชมป์ ลิเวอร์พูล พลิกเกมเอาคืน พาเลซ แบบลุ้นมันส์ 4-3 จ่าฝูงยาวไป

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลซ ที่สนาม แอนฟิลด์ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2562

   เริ่มเกมเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้ลุ้นประตูก่อนในนาทีที่ 8 จากจังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุมแล้วเป็นมิลเนอร์ที่ได้บอลก่อนจะลากจี้ไปหน้าเขตโทษแล้วไหลให้มาติปซัดไปติดเซฟสเปโรนี่

   ลิเวอร์พูล ยังคงบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนักหน่วงแต่ก็ยังไม่สามารถยิงประตูแรกได้ จนกระทั่งนาทีที่ 34 กลับเป็น หงส์แดง ที่งานเข้าเมื่อต้องมาเสียประตูแรกให้กับ พาเลซ จากบอลโต้กลับขึ้นมาทางซ้าย ฟาน อานโฮลท์ ให้ ซาฮา กระชากเข้าเขตโทษแล้วส่งให้ ทาวน์เซนด์ ยิงเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด พาเลซ นำก่อน 1-0

   ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งแรก ลิเวอร์พูล พยายามเดินหน้าเพื่อจะเอาประตูตีเสมอ แต่จนกระทั่งจบครึ่งแรกก็ยังไม่สามารถตีเสมอได้ ทำให้สกอร์ก่อนพัก ลิเวอร์พูล ตามหลัง คริสตัล พาเลซ อยู่ 0-1

   แต่พอกลับมาครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ก็เอาคืนเร็วทันทีในนาทีที่ 46 จากจังหวะแรก ฟาน ไดจ์ค ยิงไกลแล้วไปแฉลบ บอลลอยมาหน้าปากประตูเข้าทาง ซาล่าห์ ดีดบอลผ่านเส้นประตูพา ลิเวอร์พูล ไล่เจ๊า 1-1

   และในนาทีที่ 53 หงส์แดง ก็มาได้ประตูแซงนำ 2-1 เมื่อ เกอิต้า เก็บบอลได้ทางฝั่งซ้ายแล้วจ่ายเข้าเขตโทษไปให้ ฟีร์เมียโน่ ซัดด้วยขวา บอลแฉลบเข้าเสาไกลเป็นประตู

   แต่ พาเลซ ก็ไม่ยอมง่ายๆเหมือนกัน นาทีที่ 65 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย มิลิโวเยวิช เปิดไปเสาไกลให้ ทอมกินส์ โขกย้อนเข้าเสาแรกตุงตาข่าย พาเลซตามเจ๊าได้เหมือนกัน 2-2

   เกมเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆเมื่อ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งในนาทีที่ 75 เมื่อ ฟาบินโญ่ เปิดบอลเข้าเขตโทษทางฝั่งขวาแล้ว มิลเนอร์ ตบต่อเข้ากลาง สเปโรนี่ พยายามปัดแต่บอลไม่พ้นหน้าประตู ซาล่าห์ เลยจัดการเข้าประตูไปไม่เหลือ ลิเวอร์พูลนำอีกครั้ง 3-2

   ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บนาทีที่ 89 ลิเวอร์พูล ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนในสนามเมื่อ มิลเนอร์ โดนใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

   ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+3 ลิเวอร์พูล นำห่าง 4-2 จากบอลทางซ้าย โรเบิร์ตสัน ให้ มาเน่ หลุดเข้าเขตโทษแล้วซัดเรียดเข้าประตูไป

   เกมทำท่าว่าจะจบแต่ถัดมาอีก 2 นาที ทีมเยือนมาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ ทาวน์เซนด์ เปิดจากขวาเข้ากลางให้ วิคแฮม ส่งต่อเข้าเขตโทษให้ เมเยอร์ ยิงเข้าไปตุงตาข่าย พาเลซ ตามมาติดๆ 4-3 แต่ก็ไล่ตามไม่ทัน สุดท้าย ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไป 4-3

 

 


เมินซะเถอะ ดอร์ทมุนด์ ดับฝัน กลัดบัค 2-1 ฉีกหนี 9 แต้ม

เมินซะเถอะ ดอร์ทมุนด์ ดับฝัน กลัดบัค 2-1 ฉีกหนี 9 แต้ม

   เมินซะเถอะ เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไม่ยอมถูกกดดันบัลลังก์จ่าฝูงง่ายๆ ล่าสุดเปิดบ้านเอาชนะ โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค ทีมรองจ่าฝูงไป 2-1 เก็บเพิ่ม 3 คะแนน หนีห่างเป็น 9 แต้มตามเดิม

เมินซะเถอะ ดอร์ทมุนด์ ดับฝัน กลัดบัค 2-1

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านพบกับ โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค ที่สนาม ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2561

   สำหรับเกมนี้แม้ กลัดบัค จะเป็นรองแต่ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำคะแนนไล่จี้จ่าฝูง ดอร์ทมุนด์ ซึ่งหากพวกเขาชนะ เสือเหลือง ในนัดนี้ ช่องว่างคะแนนจะเหลือเพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น

   เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรก เจ้าถิ่นพยายามเล่นเกมเพรสซิ่งสูง เปอร์เซ็นต์การครองบอลดีกว่าชัดเจนแต่โอกาสลุ้นทำประตู ยังทำได้ไม่ดีนัก

   นาทีที่ 20 ดอร์ทมุนด์ เกือบจะได้ประตูขึ้นนำ เมื่อแนวรับของ กลัดบัค พลาด จึงถูกตัดบอลได้ อัลกาเซร์ ไหลมาให้ รอยส์ หลุดเข้าไปทางกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะยิงทันที บอลพุ่งตรงกรอบแต่ ซอมเมอร์ ยังพุ่งไปเซฟเอาไว้ได้

   เกมส์ผ่านครึ่งชั่วโมง รูปเกมส์ยังคงเหมือนเดิม ดอร์ทมุนด์ ครองบอลเยอะกว่าแต่ยังหาประตูแรกไม่ได้ ส่วนทางฝั่งทีมเยือนก็เล่นเกมรับเหนียวแน่นและรอจังหวะสวนกลับเร็ว

   จนกระทั่งนาทีที่ 42 ในที่สุดประตูแรกของ ดอร์ทมุนด์ ก็มาจนได้จากจังหวะที่ ซานโช่ เก็บตกได้จากทางฝั่งขวา แล้วกระชากหนี เวนด์ ไปจนสุดเส้นหลังแล้วกึ่งยิงกึ่งผ่านไปทางเสาไกล บอลกลับพุ่งเข้าประตูไปซะงั้น ดอร์ทมุนด์ นำ 1-0

   แต่หลังจากนั้นไม่นานช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาครึ่งแรกนาทีที่ 45 + 1 กลัดบัค ก็มาได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็วเมื่อ เปลอา พาบอลขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะเปิดไปเสาไกลให้ คราเมอร์ โหม่งจังหวะแรกบอลไปโดนมือตัวเองตกลงตรงหน้าจึงยิงซ้ำเป็นประตูตีเสมอ 1-1 ซึ่งจากจังหวะดังกล่าวได้มีการเช็ค VAR ซึ่งผู้ตัดสินยืนยันให้เป็นประตูของ กลัดบัค ตามเดิม และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลัง ดอร์ทมุนด์ ยังคงเล่นเกมเพรสซิ่งสูง และมีโอกาสได้ลุ้นประตูอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งนาทีที่ 54 หลังจากบุกกดดันมาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จากเกมโต้กลับ รอยส์ ให้บอลไปที่ ซานโช่ ลากจี้เข้าไปก่อนจะให้ไปที่ เกิทเซ่ คืนไปที่เสาไกลให้ รอยส์ วิ่งมายิงเป็นประตู

   นาทีที่ 65 เจ้าถิ่นเกือบจะได้ประตูที่ 3 จากฟรีคิก รอยส์ ปั่นบอลโค้ง กำลังจะฮุคลงแต่บอลไม่เป็นใจเพราะดันไปชนเสา พลาดประตูที่ 3 ไปอย่างน่าเสียดาย

   ช่วงท้ายเกม กลัดบัค พยายามบุกเพื่อที่จะเอาประตูตีเสมอให้ได้แต่ก็ยังทำได้ไม่ดีพอ ทำให้สุดท้ายจบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ กลัดบัค ไป 2-1 หนีห่างเพิ่มเป็น 9 แต้มอีกครั้ง

 


ปืน แชมป์กลุ่ม อาร์เซนอล ส่งเด็กเฉือน คาราบัค 1-0

ปืน แชมป์กลุ่ม อาร์เซนอล ส่งเด็กเฉือน คาราบัค 1-0

   ปืน ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ ยูโรป้าลีก ในฐานะแชมป์กลุ่มอี ไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้เกมนี้ อาร์เซนอล ส่งเด็กลงหาประสบการณ์เป็นส่วนใหญ่และเอาชนะ คาราบัค ไปได้ 1-0 จากลูกยิงของ อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์

ปืน อาร์เซนอล เฉือน คาราบัค 1-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้าลีก กลุ่มอี ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เปิดบ้านพบกับ คาราบัค ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันพฤหัสที่ 13 ธันวาคม 2561

   ซึ่งก่อนหน้านี้ อาร์เซนอล การันตีเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่มอย่างแน่นอนแล้ว ทำให้เกมนี้จึงส่งตัวดาวรุ่งลงสนามหาประสบการณ์แทน แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีแข้งรุ่นพี่ตัวหลักลงช่วยประคองเกม โดยให้ ลากาแซตต์ ยืนค้ำหน้า นอกจากนี้ กอสเซียลนี่ ก็ได้ลงสนามเป็นนัดแรกของฤดูกาลหลังจากหายเจ็บ

   เริ่มเกมนาทีที่ 9 อาร์เซนอล เป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ซาก้า ได้บอลทางกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะจัดการปั่นด้วยซ้าย บอลพุ่งตรงกรอบแต่ วากเนอร์ พุ่งไปปัดเอาไว้ได้ บอลเด้งออกมาตกใส่ วิลล็อค หลุดออกหลังไป

   จากนั้น อาร์เซนอล ยังเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะเอาประตูแรกให้ได้ และก็มาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 16 เมื่อมาได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ โอซิล ไหลบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ลากาแซต์ จัดการพลิกบอลหนีตัวประกบก่อนจะซัดด้วยขวาเสียบเสาไกล อาร์เซนอล นำก่อน 1-0

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมง ปืนใหญ่ ยังคงเป็นฝ่ายครองบอลและพยายามทำเกมบุกต่อไปแต่ยังไม่ได้ประตูเพิ่ม ส่วนทางฝั่งของคาราบัคเองก็ได้สวนขึ้นมาบ้างเป็นครั้งคราวแต่ไม่บ่อยนัก ทำให้จบเกมในครึ่งแรก เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0

   ครึ่งหลัง รูปเกมยังไม่ต่างจากครึ่งแรก ยังคงเป็น อาร์เซนอล ที่ครองเกมบุกได้เรื่อยๆ และมีจังหวะให้ลุ้นประตูที่ 2 ในนาทีที่ 65 เมตแลนด์-ไนล์ส พาบอลไปจนสุดเส้นหลังฝั่งขวาแล้วปาดไปเสาแรกให้ เอลเนนี่ ชาร์จไม่โดน บอลเลยไปถึง ซาก้า วิ่งมาแปแฉลบบล็อกหลุดหลังออกไป ได้แค่เตะมุม

   นาทีที่ 76 โอกาสอีกครั้งของ อาร์เซนอล เมื่อ ซาก้า ได้บอลทางริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดเข้ากลางให้ เอ็นเคเทียห์ พุ่งมาโหม่งเข้าประตูไป แต่ไม่ได้ประตูเพราะเป็นลูกล้ำหน้า

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 89 โอกาสทองของ อาร์เซนอล อีกครั้ง แต่ทำกันไม่ได้ บอลเริ่มจาก เอ็นเคเทียห์ พาขึ้นมาทางกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะปาดไปเสาสองให้ ซาก้า จับบอลก่อนหนึ่งจังหวะแล้วซัดทันที น่าเสียดายที่บอลไปตรงตัว วากเนอร์ พลาดได้ประตูที่ 2 ไปอย่างน่าเสียดาย

   จบเกม อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ คาราบัค 1-0 ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มอี ชนะ 5 เสมอ 1 มี 16 คะแนน

 


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว เชลซี พบ เอฟเวอร์ตัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว เชลซี พบ เอฟเวอร์ตัน

   พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19 เชลซี เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก เอฟเวอร์ตัน ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ดูบอลออนไลน์ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2018 เวลา 21:15 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

เชลซี

   เจ้าถิ่น สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี สภาพทีมต้องรอเช็คความพร้อมของ เชส ฟาเบรกาส ที่ป่วย และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ที่เจ็บหลัง แต่ก็ไม่น่าจะมีผลมากกับทีมเพราะทั้งคู่เป็นเพียงสำรองเท่านั้น

   ส่วนในรายของ เอแด็น อาซาร์ ที่ได้ลงสนามในเกมเมื่อกลางสัปดาห์ประมาณ 62 นาที หลังจากหายเจ็บ เกมนี้จะได้ออกสตาร์จเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน

   ในขณะที่ตัวหลักรายอื่นๆของกุนซือ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ได้พักก็พร้อมกลับมาลงสนามทั้ง อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ อัลบาโร่ โมราต้า

   รายชื่อที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เกป้า อาร์รีซาบาลาก้า, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, มาร์กอส อลอนโซ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, วิลเลี่ยน, อัลบาโร่ โมราต้า, เอแด็น อาซาร์

เอฟเวอร์ตัน

   ส่วนความพร้อมของทางด้าน เอฟเวอร์ตัน ของ มาร์โก ซิลวา เกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน คัวร์ท ซูม่า กองหลังที่ยืมตัวมาจาก เชลซี ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของ เยร์รี่ มิน่า ได้โอกาสลงสนามแทน ส่วนในรายของ จอนโจ เคนนี่ และ ริชาร์ลิซอน ที่มีอาการบาดเจ็บ ยังต้องรอทดสอบความฟิตก่อนว่าจะสามารถลงเล่นได้หรือไม่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : จอร์แดน พิคฟอร์ด, เชมัส โคลแมน, ไมเคิ่ล คีน, เยอร์รี่ มีน่า, ลูก้าส์ ดีญ, อันเดร โกเมส, อิดริสซ่า เกย์, ธีโอ วัลค็อตต์, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, แบร์นาร์ด,  ริชาร์ลิซอน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วิเคราะห์บอล เชลซี พบ เอฟเวอร์ตัน

   เชลซี เป็นทีมเดียวในลีกท็อปไฟฟ์ที่ยังไม่แพ้ใครในทุกรายการซีซั่นนี้ ล่าสุดเพิ่งเอาชนะบาเต้มา 1-0 ทำให้ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ยูโรปา ลีก เรียบร้อยแล้ว ส่วนในลีกเกมล่าสุดพวกเขาก็เพิ่งจะคว้าชัยเหนือคริสตัล พาเลซ 3-1 ทำให้ตอนนี้ สิงโตน้ำเงินครามมีคะแนนตามหลังแมนฯ ซิตี้เพียง 2 คะแนนเท่านั้น

   ส่วนทางด้าน ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ฟอร์ม 5 เกมหลังสุดในลีกก็อยู่ในช่วงขาขึ้น โดยพวกเขาเก็บชัยมาได้ถึง 4 เกมด้วยกัน ทำแต้มขยับขึ้นมาอยู่กลางตารางแล้วในตอนนี้

   ซึ่งหามองจากฟอร์มการเล่นในช่วงนี้แล้วดูเหมือนว่า เชลซี ยังคงเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบอยู่พอสมควร อีกทั้งเกมนี้ สิงห์บลู ได้เล่นในบ้าน คงจะเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างเต็มที่แน่นอน ซึ่งสุดท้าย เชลซี จะเป็นฝ่ายเก็บ 3 แต้มในบ้านได้ในที่สุด

 

 


หงส์ ยังไร้พ่าย มาห์เรซ พลาดโทษ ลิเวอร์พูล เจ๊า ซิตี้ แบบจืดชืด 0-0

หงส์ ยังไร้พ่าย มาห์เรซ พลาดโทษ ลิเวอร์พูล เจ๊า ซิตี้ แบบจืดชืด 0-0

   หงส์ ไม่ชนะในทุกรายการมา 4 นัดติดแล้ว ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็รอดพ้นจากความพ่ายแพ้หวุดหวิด หลังจากที่เสียจุดโทษในช่วง 5 นาทีสุดท้าย ยังดีที่ ริยาด มาห์เรซ ยิงบอลข้ามคานออกไป จึงทำให้ ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนซิตี้ ไป 0-0 ทำให้ตอนนี้ ทั้ง แมนซิตี้ เชลซี และ ลิเวอร์พูล มี 20 คะแนนเท่ากัน

   ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ดูบอลออนไลน์ ในวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพบกับ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม แอนฟิลด์

หงส์ ได้ มาห์เรซ ที่พลาดโทษ ลิเวอร์พูล เจ๊า ซิตี้ 00

   เริ่มเกมโอกาสเป็นของ ลิเวอร์พูล ที่ได้ส่องก่อน ในนาทีที่ 4 เป็นจังหวะที่ โกเมซ โหม่งบอลให้ ซาลาห์ แล้วลากพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะจัดการซัดด้วยซ้ายไปเสาแรก แต่บอลหลุดออกหลังไป

   นาทีที่ 27 หงส์แดง จำเป็นต้องเปลี่ยนเอา นาบี เกอิต้า ที่เพิ่งหายเจ็บลงมาเล่นแทน มิลเนอร์ ที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อบริเวณขาขวาแล้วเล่นต่อไม่ไหวต้องเปลี่ยนตัวออกจากสนามไป

   นาทีที่ 38 ซิตี้ ทำสวย จังหวะนี้ เมนดี้ จ่ายบอลออกซ้ายให้ สเตอร์ลิง ไหลต่อให้ ซิลบา พาบอลเข้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้ายและกำลังจะง้างยิง แต่มีตัวมาบล็อกไว้เลยได้แค่เตะมุม

   ครึ่งแรกเกมค่อนข้างอึดอัด เพราะทั้งสองทีมยังทำอะไรกันได้ไม่มาก โอกาสยิงตรงกรอบก็แทบจะไม่มี สุดท้ายจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์เสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังเริ่มเกมมานาทีที่ 55 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นประตูขึ้นนำจาก มาเน่ ลากบอลลุยขึ้นมาก่อนจะไหลไปให้ โรเบิร์ตสัน ปาดต่อเข้ากลางแต่ มาเน่ กับ เกอิต้า ไปกั๊กกัน สุดท้ายก็ไม่มีใครได้ยิง บอลเลยโดนเตะทิ้งออกไปซะงั้น

   ถัดมานาทีที่ 61 โอกาสทองของ แมนซิตี้ ที่น่าจะได้ประตูขึ้นนำแต่ทำไม่ได้เมื่อ มาห์เรซ ได้บอลแล้วเลี้ยงหลบ โรเบิร์ตสัน ก่อนจะจัดการซัดด้วยซ้ายไปเสาไกล บอลผ่านมือ อลิสซอน ไปแล้วแต่น่าเสียดายที่เลยผ่านหน้าประตูออกไป

   ต่อด้วยนาทีที่ 75 เรือทำเกมมาได้สวยอีกครั้งคราวนี้บอลเริ่มจาก ราฮีม ให้ แบร์นาโด้ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดไปเสาไกล มาห์เรซ จับบอลลงหนึ่งจังหวะแล้วจัดการยิงไปเสาแรกทันทีแต่ อลิสซอน ยังคงยอดเยี่ยมทุบออกหลังได้ก่อนที่บอลจะเข้าประตู

   แต่แล้วโอกาสทองของ เรือใบสีฟ้า ก็มาอีกครั้งในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 85 เมื่อ แมนซิตี้ มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ซาเน่ โดน ฟานไดค์ เสียบล้มลงในกรอบเขตโทษ กรรมการจึงเป่าเป็นจุดโทษทันที และเป็น มาห์เรซ ที่รับอาสายิงเอง แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวดันยิงบอลข้ามคานออกไปแบบเหลือเชื่อ สุดท้ายโอกาสที่จะได้ประตูขึ้นนำก็หายวับไปกับตา

   จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 0-0 แบ่งกันไปคนละ 1 แต้ม มี 20 คะแนนเท่ากัน